|
คำแนะนำในการขออนุญาตและขั้นตอนในการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย
(ฉบับที่ 14) พ.ศ.2535
คำแนะนำในการขออนุญาต
ให้ผู้ขออนุญาตเขียนคำร้องขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
ตามแบบ ท.28*1 ของกรมเจ้าท่า พร้อมยื่นเอกสารและ
หลักฐานดังต่อไปนี้
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
และสำเนาทะเบียนบ้าน ในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือสำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล
และหนังสือบริคณห์สนธิ (ถ้ามี) ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล หากประสงค์ให้ผู้อื่นขออนุญาตแทน
ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย
2. หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาหนังสือ น.ส. 3 หรือ ส.ค. หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง
หรือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินที่ติดต่อกับแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ
ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชน หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลในน่านน้ำไทย
หรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าว หรือหนังสือยินยอม
3. แผนผังสังเขปแสดงสิ่งที่ขออนุญาตที่มีรายละเอียด
เช่น ความกว้างของหน้าที่ดินด้านติดกับแม่น้ำขนาดของสิ่งที่อนุญาตโดยประมาณ ระยะห่างจากขอบฝั่ง
สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้เคียงและระยะห่างโดยประมาณ หากมีรูปถ่ายบริเวณที่ขออนุญาตประกอบด้วยจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเบื้องต้นยิ่งขึ้น
4. แบบรูปและ รายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่ขอปลูกสร้าง
ซึ่งมีวิศวกรโยธาที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้รับรองจำนวน
3 ชุด
เว้นแต่การปลูกสร้างสิ่งล้วงล้ำลำน้ำขนาดเล็กซึ่งโครงสร้างทำด้วยไม้ หรือวัสดุอื่นที่ไม่คงทนถาวร
ไม่จำเป็นต้องมีวิศวกรรับรอง
5. วัตถุประสงค์ในการใช้สิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่ขออนุญาต
6. หนังสือให้ความเห็นชอบหรือยินยอมจากผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่สิ่งล่วงล้ำลำน้ำตั้งอยู่ว่าเป็นอุปสรรคต่อแผนพัฒนาจังหวัด
ผังเมืองรวม และการรักษาสภาพแวดล้อมของจังหวัด ผู้ขออนุญาตอาจให้กรมเจ้าท่าดำเนินการแทนก็ได้
แต่ต้องยื่นรายงานในข้อ 7 มาด้วยจำนวน 3 ชุด
7. ในการขออนุญาตปลูกสร้างท่าเทียบเรือขนาด
ตั้งแต่ 500 ตันกรอสส์ ขึ้นไป
ให้ผู้ขออนุญาตยื่นหลักฐานผลการพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
8. ในการขออนุญาตปลูกสร้างท่าเทียบเรือขนาดต่ำกว่า
500 ตันกรอสส์ หรือสิ่งล่วงล้ำลำน้ำอื่นใดที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ให้ผู้ขออนุญาตยื่นข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด
9. การยื่นคำขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
ให้ยื่น ณ กรมเจ้าท่า หรือยื่นที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค
หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา ซึ่งสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่ขออนุญาตปลูกสร้างตั้งอยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักงานเจ้าท่านั้น
ๆ ก็ได้
10. กรมเจ้าท่าจะเริ่มพิจารณาคำขออนุญาตต่อเมื่อผู้ขออนุญาตยื่นคำร้อง
พร้อมเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ในข้อ 1ครบถ้วนและถูกต้อง ซึ่งรวมถึงหนังสือและหลักฐานการให้ความเห็นชอบหรือยินยอมจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
หมายเหตุ สำเนาเอกสารและหลักฐานต่าง
ๆ ที่นำมายื่นผู้ขออนุญาตหรือผู้รับมอบอำนาจต้องเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ
ขั้นตอนในการพิจารณาอนุญาต
1. เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้อง
เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ แล้ว จะทำการตรวจสอบหากครบถ้วน และถูกต้องก็จะบันทึกหลักฐานรับเรื่องไว้ดำเนินการ
2. ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการตรวจสอบสถานที่ตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ขึ้นอยู่กับประเภท ลักษณะ และขนาดของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำนั้น ๆ โดยมีอัตราตั้งแต่
50 บาท 2,000 บาท โดยผู้ขออนุญาตจะต้องนัดหมายและนำเจ้าพนักงานไปตรวจยังสถานที่ที่ขออนุญาตด้วย
3. เจ้าพนักงานไปตรวจสอบสถานที่ที่จะขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเพื่อนำข้อมูลต่างๆ
ทางเทคนิคการเดินเรือพร้อมแผนที่สังเขปที่มีรายละเอียดพอเพียงต่อการพิจารณาอนุญาตมาจัดทำรายงาน
เสนอผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางน้ำ หรือเจ้าท่าภูมิภาคหรือเจ้าท่าภูมิภาคสาขา
แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาทบทวนและเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมก่อนนำส่งอธิบดีกรมเจ้าท่า
4. หากสิ่งที่ขออนุญาตอยู่ในข่ายที่จะต้องพิจารณาด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือจะต้องมีการขุดลอก
หรือกรณีใด ๆ เพิ่มเติม ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมเจ้าท่า
5. เมื่อกรมเจ้าท่าพิจารณาเห็นว่าการขออนุญาตถูกต้อง
ครบถ้วนตามขั้นตอนและไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ในการอนุญาตก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการนโยบายสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
กระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
6. หลังจากได้รับความเห็นชอบแล้ว
อธิบดีกรมเจ้าท่าจะเป็นผู้อนุญาตแล้วส่งเรื่องให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องนั้นออกใบอนุญาต
กรณีที่พิจารณาไม่เห็นชอบกรมเจ้าท่าจะมีหนังสือแจ้งผู้ขออนุญาตว่าไม่อนุญาตพร้อมเหตุผล
7. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่สำคัญ
คือ
7.1 ต้องมีลักษณะหรือสภาพไม่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือหรือการสัญจรทางน้ำ
7.2 เมื่อปลูกสร้างแล้วจะไม่ทำให้ทางน้ำเปลี่ยนแปลง
7.3 การใช้ประโยชน์จะไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
7.4 ต้องไม่รบกวนสิทธิต่าง ๆ ของผู้ที่อยู่ข้างเคียงตลอดจนผลประโยชน์ของมหาชนโดยส่วนรวม
8. เจ้าหน้าที่จะแจ้งหรือติดต่อให้ผู้ขออนุญาตมารับใบอนุญาต
โดยต้องชำระค่าใบอนุญาตตามกฎกระทรวงในอัตราฉบับละ 100 บาท
9. ผู้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง
ๆ ที่ระบุไว้ท้ายใบอนุญาตอย่างเคร่งครัดและต้องเริ่มดำเนินการตามคำขอภายใน 6
เดือน และต้องปลูกสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาต
หากไม่สามารถดำเนินการได้ก็ให้ขอต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวได้แล้วแต่กรณี แต่ต้องมีเหตุผลที่สมควร
|