การจอดเรือ จอดแพ

                ในการควบคุมการจอดเรือ จอดแพในแม่น้ำ ลำคลอง ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวกแก่การสัญจรไปมาของประชาชน ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 68 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2515

                1.ความหมายในประเทศคณะปฏิวัติ

                    "เรือ" หมายความรวมถึง แพ โป๊ะ และสิ่งอื่นใดที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน

                    "เจ้าของเรือ" หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการควบคุมเรือในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า ผู้ครอบครอง หรือในฐานะอื่นใด

                    "เขตห้ามจอดเรือ" หมายความว่า เขตที่มีประกาศของพนักงานท้องถิ่นห้ามจอดเรือ ตามความในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้

                    "พนักงานท้องถิ่น" หมายความว่า นายกเทศมนตรี หรือผู้ซึ่งนายกเทศมนตรี มอบหมายสำหรับท้องที่ภายในเขตเทศบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายสำหรับท้องที่ภายนอกเขตเทศบาล

 

                2. ซึ่งภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย ให้พนักงานท้องถิ่น โดยอนุมัติของอธิบดีกรมเจ้าท่ามีอำนาจในการออกประกาศ ดังนี้.-

                    1. กำหนดว่าแม่น้ำ ลำคลองใด หรือส่วนแม่น้ำ ลำคลองใดเป็นเขตห้ามจอดเรือ

                    2. กำหนดวิธีการและลักษณะการจอดเรือทั้งในและนอกเขตห้ามจอดเรือ เพื่อสะดวกแก่การจราจร และการอื่น

 

                 ประเทศของพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวัน นับแต่วันที่ปิดประกาศนั้นไว้โดยเปิดเผย ณ สำนักงานของผู้ประกอบการ และที่ว่าการอำเภอท้องที่ในเขตที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ

                3. เมื่อได้ประกาศตามความในข้อ 2 (1) แล้ว กำหนดว่าแม่น้ำ ลำคลองใด หรือส่วนของแม่น้ำลำคลองใดเป็นเขตห้ามจอดเรือ และพนักงานท้องถิ่นได้ปักป้ายแจ้งเขตห้ามจอดเรือระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจอดเรือจากพนักงานท้องถิ่น หรือในระหว่างเวลาดังกล่าว น้ำลงงวด จนไม่อาจเคลื่อนย้ายเรือ ออกจากเขตห้ามจอดเรือได้

                ให้พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกใบอนุญาตจอดเรือ กำหนดวิธีการออกใบอนุญาต เงื่อนไข และระยะเวลาการอนุญาต ค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตซึ่งไม่เกินฉบับละสิบบาท และมีอำนาจยกเว้นเรื่องบางประเภทที่ไม่ต้องได้รับใบอนุญาต

                4. ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศพนักงานท้องถิ่น ตามข้อ 2 (2) หรือฝ่าฝืน ข้อ 3 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท และให้พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเคลื่อนย้าย และยึดเรือนั้นไว้ จนกว่าเจ้าของเรือได้ชำระค่าเคลื่อนย้ายตามระเบียบที่กำหนดในวรรคสอง ถ้าเจ้าของเรือไม่ชำระค่าเคลื่อนย้ายภายในกำหนดหาสิบวันนับแต่วันที่พนักงานท้องถิ่นได้เคลื่อนย้ายเรือ ให้ดำเนินการขายทอดตลาดเรือ และทรัพย์สินที่อยู่ในเรือนั้น เงินที่ได้จากการขายทอดตลาด เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและชำระค่าเคลื่อนย้ายเรือแล้ว เหลือเท่าใดให้นำความในประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 1327 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                วิธีการเคลื่อนย้ายเรือ สถานที่เก็บเรือ การติดต่อเจ้าของเรือที่ถูกเคลื่อนย้าย การกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้าย และค่าเก็บเรือ ซึ่งต้องไม่เกินลำละหนึ่งพันบาท ให้เป็นไปตามระเบียบที่พนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยประกาศไว้ ณ สำนักของผู้ประกาศ

                5. ผู้ใดฝ่าฝืนเงื่อนไขในใบอนุญาตจอดเรือหรือจอดเรือเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ตามความในข้อ 3 วรรคสองต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท และให้พนักงานท้องถิ่นเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเสีย

                6. ห้ามมิให้เจ้าของเรือปล่อยให้เรือซึ่งรั่ว หรือชำรุดจนไม่อาจเคลื่อนที่ได้คงอยู่ต่อไปในแม่น้ำ ลำคลอง

                เมื่อพนักงานท้องถิ่นพบว่าเรือใดรั่ว หรือชำรุดจนไม่อาจเคลื่อนที่ได้ตามสภาพของเรือให้พนักงานท้องถิ่น สั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของเรือดังกล่าวจัดการซ่อมแซมเรือนั้น สามารถเคลื่อนที่ได้ในสภาพของเรือ หรือรื้อถอน หรือจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เรือนั้นไปพ้นแม่น้ำ ลำคลอง ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งในกรณีที่ไม่พบตัวเจ้าของเรือ หรือพบตัวแต่เจ้าของเรือไม่ยอมรับคำสั่ง ให้พนักงานท้องถิ่นปิดคำสั่งไว้ที่เรือนั้น และให้ถือว่าเจ้าของเรือได้รับคำสั่งของพนักงานท้องถิ่นแล้ว

                เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคสองแล้ว และเจ้าของเรือไม่จัดการให้เป็นไปตามคำสั่งของพนักงานท้องถิ่นให้พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจจัดการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้ได้เป็นไปตามคำสั่งนั้น และให้มีอำนาจเรียกค่าใช้จ่ายในการนั้นจากเจ้าของเรือ 

 


 สำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 4 สาขานครศรีธรรมราช     โทรศัพท์ : 0 7535 6654